ข้อมูลการก่อสร้างและการเปลี่ยนแปลงอาคาร

การก่อสร้างใหม่และการเปลี่ยนแปลงอาคารบ้านเรือนต่างๆให้แข็งแรงคงทนมากยิ่งขึ้น

rainbow

Posts Tagged ‘กฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคาร’

การออกกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว

ภัยแผ่นดินไหว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่แน่นอนและมีความผันผวน

ทั้งยังไม่สามารถพยากรณ์การเกิดภัยแผ่นดินไหวได้แม่นยำด้วยศาสตร์ในปัจจุบัน การศึกษาแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวยังขาดรายละเอียด ดังนั้นการไม่ตั้งอยู่ในความประมาท โดยการออกแบบและก่อสร้างอาคารให้สามารถต้านทานภัยแผ่นดินไหวในระดับที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้จัดทำมาตรฐานประกอบการออกแบบอาคารต้านทานการสั่นสะเทือนจากภัยแผ่นดินไหวเพื่อเป็นเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดรายละเอียดการจัดรูปทรงของโครงสร้างให้มีเสถียรภาพและการจัดโครงสร้างทั้งระบบให้มีความเหนียว สามารถต้านทานภัยแผ่นดินไหวได้

ความเสียหายของอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่างๆจากแผ่นดินไหวเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำมาซึ่งความสูญเสียได้อย่างมากมาย ดังนั้นการกำหนดข้อบังคับหรือมาตรฐานขั้นต่ำเพื่อให้การก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่เสี่ยงภัยมีความมั่นคงแข็งแรงสามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้จึงเป็นมาตรการความปลอดภัยที่ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดมาตรการหนึ่ง และสามารถดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมได้โดยการออกกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ซึ่งในปัจจุบันได้มีกฎหมายในลักษณะดังกล่าวอยู่แล้วฉบับหนึ่ง คือ กฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2550

บทเรียนสำคัญอีกประการหนึ่งจากแผ่นดินไหวต่างประเทศ

คือ อาคารที่มีรูปแบบและระบบโครงสร้างไม่ดีจะเสียหายได้มากกว่าอาคารที่มีระบบโครงสร้างถูกต้องตามหลักการออกแบบอาคารต้านแผ่นดินไหว ตัวอย่าง ระบบโครงสร้างที่เสียหายจาก แผ่นดินไหวได้ง่าย ได้แก่ อาคารที่มีลักษณะไม่สม่ำเสมอในแปลนที่มีเสาเล็กเกินไป หรือเสาประเภทเสาสั้น หรืออาคารที่มีการเปลี่ยนแปลงมากในระนาบดิ่ง เช่น มีชั้นที่อ่อนมากเมื่อเทียบกับชั้นถัดไป เป็นต้น อาคารที่มีลักษณะไม่ดีดังกล่าวเสียหาย ได้แม้ในแผ่นดินไหวไม่รุนแรงมากนัก

หลักการออกแบบโครงสร้างอาคารต้านทานแผ่นดินไหวต้องคำนึงถึงระบบโครงสร้าง, การยึดชิ้นส่วนต่างๆ, การยึดโยงโครงสร้าง, ข้อต่อ และความเหนียวของโครงสร้างเป็นสำคัญ โดยโครงสร้างของอาคารต้านทานแผ่นดินไหวจะต้องมีรูปทรงที่ดี มีรูปทรงที่สมมาตร เพราะหากอาคารมีรูปทรงหรือโครงสร้างที่ไม่ดี แรงจากแผ่นดินไหวที่มากระทำต่อโครงสร้างจะทำให้อาคารได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ลักษณะของอาคารที่มีระบบโครงสร้างที่ไม่ดี คือ ชั้นล่างมีพื้นที่เปิดโล่ง เป็น Soft Story และมีเสาสั้น ซึ่งพบว่าในประเทศไทยมีอาคารลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอาคารโรงเรียน โรงพยาบาล และอาคารสาธารณะอื่นๆ ซึ่งควรได้รับการปรับปรุง แก้ไขให้มีโครงสร้างอาคารที่แข็งแรง