ข้อมูลการก่อสร้างและการเปลี่ยนแปลงอาคาร

การก่อสร้างใหม่และการเปลี่ยนแปลงอาคารบ้านเรือนต่างๆให้แข็งแรงคงทนมากยิ่งขึ้น

rainbow

ปัจจัยสำคัญต่อการเลือกทำเลที่ตั้งเพื่อก่อสร้างอาคาร

Foxconn-1-720x458การประเมินถึงทำเลหรือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางธรรมชาติที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน การตัดสินใจเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งที่สามารถอำนวยความสะดวกได้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าถ้ามีความผิดพลาดเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งเหมาะสมเป็นสิ่งที่ยุ่งยากมากต่อการดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องได้ การตัดสินใจในเรื่องนี้มีความต้องการเงินลงทุนสูงมากที่สามารถจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการดำเนินที่สูงมาก จึงต้องใช้เวลาในการตัดสินใจที่นานเพียงพอและทบทวนปัจจัยในเรื่องต่างๆด้วยความระมัดระวังเมื่อต้องทำการกำหนดทำเลที่ตั้งใหม่ในแต่ละครั้ง โดยส่วนมากแล้วจะไม่มีทำเลที่ตั้งใดที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนในทุกด้าน ทำให้การเลือกทำเลที่ตั้งมักจะยอมรับความสำคัญในด้านใดเป็นหลักในการกำหนดทำเลที่ตั้งมากกว่า ทำเลที่ตั้งแห่งหนึ่งอาจจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่งที่เป็นที่น่าพึงพอใจมากกว่า ในขณะที่ในอีกทำเลที่ตั้งหนึ่งจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกในอีกลักษณะหนึ่งที่สร้างความพึงพอใจได้ในอีกมุมมองหนึ่ง

การวิเคราะห์หาทำเลที่ตั้งโดยส่วนใหญ่มักจะพิจารณาเลือกที่ตั้งที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่ำที่สุด และทำเลที่ตั้งแต่ละแห่งยังสามารถนำมาเปรียบเทียบกันให้เห็นความได้เปรียบและ เสียเปรียบได้ชัดเจน ปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งย่อมมี ลำดับความแตกต่างกันไปตามชนิดและลักษณะของอุตสาหกรรม เช่น ปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์ เพราะตัวเลขค่าใช้จ่ายต่างๆสามารถนำมาเปรียเทียบได้ง่าย แต่ยังมีปัจจัยอีกหลายชนิดที่ไม่สามารถวัดได้แน่นอน ซึ่งเป็นปัจจัยที่เป็นนามธรรม เช่น ทัศนคติของชุมชนที่โรงงานตั้งอยู่ การบริการทางสังคม และสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น การมีตำรวจรักษาความปลอดภัย การมีโรงเรียน การมีสวนสาธารณะ การมีโรงพยาบาล การมีตำรวจดับเพลิงเพียงพอ เป็นต้น

ทำเลที่ตั้งที่อยู่ในพื้นที่ของการให้การบริการต่างๆแก่ลูกค้าเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในการตัดสินใจเพื่อเลือกทำเลที่ตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นกิจการที่ทำธุรกิจในการให้การบริการ เนื่องจากการที่จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดได้มากน้อยเพียงใดนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ได้มากกว่า ด้วยเหตุผลนี้ธุรกิจให้การบริการจึงมักจะกำหนดทำเลที่ตั้งในพื้นที่ที่จำนวนประชากรอยู่อย่างหนาแน่นมากกว่าเพื่อให้การเข้าถึงลูกค้าทำได้สะดวกกว่า เช่น ร้านค้าปลีก ภัตตาคารหรือร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน ร้านขายของชำ ร้านซักรีด–ซักแห้ง และร้านขายดอกไม้ เป็นต้น โดยเฉพาะเมื่อเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่มักจะมีทำเลที่ตั้งใจกลางเมืองใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการตลาดที่ดี เป็นผลทำให้กิจการให้การบริการขนาดเล็กในลักษณะต่างๆ ตัดสินใจเลือกทำเลที่ตั้งในบริเวณเดียวกันเพราะผู้ค้าปลีกขนาดใหญ่มีความสามารถดึงดูดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี

การออกแบบบ้านเพื่อรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

บ้านน็อคดาวน์5
ปัญหาภัยธรรมชาติถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้ามในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็น พายุ น้ำท่วม หรือภัยอื่นๆที่คุกคามเราอยู่ทุกวัน ทำให้เราแทบไม่อยากจะก้าวออกจากบ้าน แต่ถ้าหากบ้านของเราไม่สามารถป้องกันภัยจากธรรมชาติได้ มันก็คงไม่แตกต่างกับการเผชิญภัยธรรมชาติอยู่ข้างนอกบ้านซักเท่าไร ในประเทศไทยเราถึงแม้จะมีกฎหมายเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 2550 เป็นต้นมา ว่าอาคารสูงที่ก่อสร้างต้องสามารถทนแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างน้อย 5  ริคเตอร์แต่กฎหมายนี้อาจจะไม่ควบคุมไปถึงอาคารบ้านเรือนโดยทั่วไปที่ไม่ใช่ตึกสูงโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความสูญเสียได้มากมายเนื่องจากโครงสร้างของอาคารบ้านเรือนทั่วไปนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้มากเหมือนคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ

ถึงแม้ประเทศไทยจะเคยประสบภัยพิบัติมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็จำเป็นต้องหามาตรการเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อใดเช่นกัน เพราะการออกแบบถือเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างบ้าน เพราะแบบบ้านจะเป็นสิ่งที่ระบุถึงรูปร่างหน้าตา และขนาด ของบ้าน โครงสร้างตั้งแต่การลงเสาเข็มรวมทั้งการวางเสา และคาน ตลอดจนถึงการกำหนดข้อมูลจำเพาะต่างๆ และวัสดุที่จะนำมาใช้ การสร้างบ้านจะต้องยึดถือข้อกำหนดและรายละเอียดต่างๆที่ปรากฎในแบบเป็นพื้นฐาน ถ้าการออกแบบไม่ดีหรือการให้ข้อกำหนดในแบบผิดพลาด บ้านที่ออกมาก็จะผิดพลาดตามแบบไปด้วย

หลังจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ผ่านไปคงทำให้หลายท่านที่กำลังตัดสินใจเรื่องที่อยู่อาศัยคิดหนักกันมากขึ้น ทั้งท่านที่จะซื้อและท่านที่จะสร้างว่าควรจะเลือกอย่างไรให้เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมน้อยที่สุด สำหรับท่านที่เลือกจะซื้อบ้านคงกังวลเรื่องทำเลที่สุด แต่ท่านที่จะสร้างบ้านคงต้องพิจารณาหลายเรื่อง การก่อสร้างบ้านเพื่อรับมือกับน้ำ เรื่องของเทคนิคการก่อสร้างอาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแล้วเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตัวบ้าน เช่น เทคนิคการก่อผนังรับแรงที่จะกระจายแรงปะทะออกด้านข้างไม่ทำให้บ้านถล่มแตกร้าว ดูความลาดเอียงของท่อระบายน้ำให้อยู่ในระดับที่ระบายน้ำได้เร็ว ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หรือเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ ในกรณีโดนน้ำโอบล้อมจนต้องตัดไฟตัดน้ำ ระบบประปาไฟฟ้า ระบบสุขาภิบาล ท่อน้ำทิ้ง บ่อพักต้องมีการออกแบบให้รับมือกับน้ำท่วมสูงได้ หรือเตรียมลู่ทางป้องกันในกรณีเกิดน้ำท่วม

แบบบ้านที่มั่นคงแข็งแรงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

luxury-stone-home-at-duskการออกแบบถือเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างบ้าน เพราะแบบบ้านจะเป็นสิ่งที่ระบุถึงรูปร่างหน้าตา และขนาด ของบ้าน โครงสร้างตั้งแต่การลงเสาเข็มรวมทั้งการวางเสา และคาน ตลอดจนถึงการกำหนดข้อมูลจำเพาะต่างๆและ วัสดุที่จะนำมาใช้การสร้างบ้านจะต้องยึดถือข้อกำหนด และรายละเอียดต่างๆที่ปรากฎในแบบเป็นพื้นฐาน ถ้าการออกแบบไม่ดีหรือการให้ข้อกำหนดในแบบผิดพลาด บ้านที่ออกมาก็จะผิดพลาดตามแบบไปด้วย เช่น การกำหนดเหล็กเส้นผิดขนาด การกำหนดเสาเข็มผิด ขนาด การออกแบบเสา และคานที่ไม่สัมพันธ์กับการรับน้ำหนัก เป็นต้น ข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวบ้านได้ ทั้งในด้านของรูปแบบ โครงสร้าง และความแข็งแรง อีกทั้งการแก้ไขในภายหลังก็อาจกระทำได้ลำบาก จึงควรมีการศึกษาแบบบ้านให้รอบคอบก่อนการสร้างบ้าน หรืออย่างน้อยก็ควรจะใช้แบบบ้านของผู้ออกแบบที่ผลงานมีมาตรฐานและได้รับความเชื่อถือในการสร้างบ้านมาก่อน

วัสดุที่ใช้จะมีผลต่อคุณภาพของบ้านโดยตรง ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพย่อมส่งผลให้บ้านนั้นมีความมั่นคงแข็งแรงและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ต้องซ่อมแซมกับบ่อยๆในภายหลัง โดยเฉพาะวัสดุที่ต้องติดตรึงเข้ากับตัวอาคารหรือเป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคาร หรือสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยากในภายหลังควรจะมีการศึกษาและพิจารณากันเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น การเลือกชนิดของท่อน้ำประปา ท่อร้อยสายไฟ บ้านพับประตู ลูกบิดประตู วัสดุทำหลังคา และฝ้าเพดาน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ถ้าเจ้าของบ้านมีโอกาสได้ศึกษาหาข้อมูล และมีโอกาสได้เลือกหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดก็จะเป็นประโยชน์มาก เพราะจะช่วยให้บ้านที่ปลูกนั้นให้ประโยชน์ใช้สอยได้เต็มที่ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย อีกทั้งมีอายุการใช้งานที่ยาวนานด้วย

การสร้างบ้านแต่ละหลังจำเป็นต้องใช้ความรู้ทั้งทางด้านเทคนิค และศิลปะควบคู่กันไป ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ผสมผสานอยู่ด้วยกัน บ้านที่ขาดประณีตศิลป์ในการปลูกสร้าง อาทิ การปูกระเบื้องที่ไม่ได้แนวหรือเว้นห้องห่างเกินไป การก่อผนังที่ไม่ได้ฉาก หรือผนังมีลักษณะเป็นคลื่นเป็นลอน การทำร่องประตูหรือหน้าต่างใหญ่เกินไป การติดตั้งดวงโคมเอียงหรือไม่ได้แนว เป็นต้น จริงอยู่ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะยังคงสามารถใช้งานได้ แต่บ้านที่ได้ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นบ้านที่สมบูรณ์เรียบร้อย ทำให้เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยอาจจะยังมีความขัดข้องใจแฝงอยู่

งานฐานรากและโครงสร้างของบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

homerenovate-02
บ้านและอาคารจะแข็งแรงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานจะต้องประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน การคำนวณที่ถูกต้องและแม่นยำจากผู้ออกแบบหรือวิศวกร ซึ่งเป็นผู้ชำนาญในวิชาชีพนั้น การดูแลและควบคุมการก่อสร้างโดยองค์กร และขั้นตอนการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานและข้อกำหนดต่างๆเหล่านี้จะต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ มีความละเอียดถี่ถ้วนเพื่อช่วยตรวจสอบคุณภาพของวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆที่จะนำมาใช้ในงานก่อสร้างอีกชั้นหนึ่ง ส่วนประกอบต่างๆเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สามารถจะยืนยันในเบื้องต้นได้ว่าโครงสร้างที่ดูว่าสวยงามจากภายนอกนั้น แท้จริงภายในยังมีความแข็งแรงได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยและสามารถจะใช้งานได้อย่างยาวนาน

อุตสาหกรรมก่อสร้างบ้านและอาคารเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของประเทศเป็นอย่างมาก อีกทั้งเป็นดัชนีชี้วัดการเจริญเติบโตหรือถดถอยของธุรกิจในประเทศนั้นๆจากมูลค่าตลาดรวมหลายแสนล้านบาทต่อปีทำให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เป็นธุรกิจที่มีผู้สนใจเข้ามาดำเนินงานในธุรกิจนี้มากมาย ทั้งบริษัทขนาดเล็กและใหญ่ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดที่มหาศาลนี้ ในช่วงที่เศรษฐกิจโดยรวมยังตกต่ำอยู่ แต่งานก่อสร้างบ้านซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสี่อย่างหนึ่งที่สำคัญยังคงมี การก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ

งานฐานรากและโครงสร้าง

เป็นงานที่มีความสำคัญที่สุดโดยปกติหากมีความผิดพลาดในงานส่วนนี้ หรือต้องการเปลี่ยนแปลงภายหลังจะมีค่าใช้จ่ายในการแก้ไขสูง ดังนั้นท่านเจ้าของบ้านควรตัดสินใจให้แน่นอนเกี่ยวกับขนาดของห้องต่างๆ และตำแหน่งที่ตั้งก่อนลงมือตอกเสาเข็ม เพื่อป้องกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงหลังจากงานโครงสร้างเริ่มต้นไปแล้วเนื่องจากในการออกแบบโครงสร้างจะมีความสัมพันธ์กันทั้งอาคารการเปลี่ยนแปลงเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง บางครั้งจะกระทำมิได้ อีกทั้งการก่อสร้างในช่วงนี้จะใช้เวลาประมาณ 35% ของเวลาทั้งหมด และจะเป็นอุปสรรคต่องานอื่นๆหากไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จได้

ตั้งแต่การทำโครงสร้างของฐานราก อันได้แก่ การลงเสาเข็ม และการหล่อ ตอม่อ เพื่อรองรับโครงสร้างของเสา และคานที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอน หลังจากนั้นก็จะเป็นงานโครงสร้างของพื้นและบันไดซึ่งจะต้องเชื่อมต่อกับเสาและคานที่ได้ทำไว้แล้ว โดยการทำพื้นจะต้องเริ่มทำจากชั้นล่างไล่ขึ้นไปหาชั้นบนเพื่อความสะดวกในการทำงานและการลำเลียงวัสดุต่อจากนั้น ก็จะเป็นงานโครงสร้างของหลังคาซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะทำเป็นโครงเหล็กโดยเชื่อมต่อกับเสาและคานชั้นบนสุด หลังจากการทำโครงหลังคาอันเป็นงานโครงสร้างส่วนสุดท้ายของตัวบ้านแล้วก็มักจะต่อด้วยการมุงหลังคาเลยเพื่อทำหน้าที่คุ้มแดดคุ้มฝนให้แก่ตัวบ้าน

ขบวนการก่อสร้างบ้านแบบเดิมที่มีความสลับซับซ้อนวัสดุก่อสร้างนั้นมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Construction builder with hardhat, directing crew on site

ปัจจัยพื้นฐานของมุนษย์หนึ่งในนั้นก็คือ ที่อยู่อาศัย หรือที่เราเรียกว่า “บ้าน” การก่อสร้างอาคารนั้นได้มีวิวัฒนาการมายาวนาน บ้านในถิ่นฐานของประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นมาช้านาน ซึ่งเรามักเรียกการก่อสร้างบ้านแบบนี้ว่า “บ้านทรงไทย” ซึ่งเป็นการก่อสร้างตามความเหมาะสม ตามสภาพอากาศ วัสดุ พฤติกรรม สภาพสังคม และเทคโนโลยี ต่อมาสภาพแวดล้อมและปัจจัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม จากไม้ซึ่งเป็นวัสดุหลัก เริ่มหายาก มีราคาสูงขึ้น และทัศนคติที่ต้องการสร้างบ้านแบบฝรั่ง ที่แลดูทันสมัย หรือที่เรียกว่า “บ้านปูน” เพราะมีความสะดวกสบาย เหมาะกับการอยู่อาศัย ซึ่งช่วงเวลาในการวิวัฒนาการจากบ้านทรงไทยมาเป็นบ้านปูนในปัจจุบันนั้นใช้เวลาประมาณ 50-70 ปี

ปัจจุบันสภาพแวดล้อม และปัจจัยเปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก อุณหภูมิตลอดปีเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ร้อน หรือหนาว ทำให้ต้องใช้เครื่องปรับอากาศช่วย เพื่อให้สภาพอากาศภายในอาคารนั้นอยู่ในสภาวะอยู่สบาย (Passive Zone) หรืออุณหภูมิอยู่ประมาณ 25 องศาเซนเชียส ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอากาศภายในอาคารจะอยู่ประมาณ 32 องศาเซนเซียสนั้น หมายถึงต้องใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อรีดเอาความร้อนในอากาศออกประมาณ 7 องศาเซนเซียส อันเนื่องมาจากปัญหาจากโลกร้อน (Climate Change) ทำให้สภาพอากาศโดยทั่วไปนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมายถึง อาคารปูน ที่ก่ออิฐฉาบปูนนั้น ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าสูงขึ้นตลอดเวลา และภัยพิบัติทางธรรมชาติ (Natural Disaster) เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ พายุ ลูกเห็บ ฟ้าผ่า ดินถล่ม โคลนถล่ม ตลอดจนภัยร้อน ภัยหนาว เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กระทบต่อการอยู่อาศัยในบ้านเรือนในปัจจุบัน และก็ยังมีแนวโน้มถี่ และรุนแรงมากยิ่งขึ้นตลอดเวลา

ขบวนการก่อสร้างบ้านแบบเดิมที่มีความสลับซับซ้อน วัสดุก่อสร้างนั้นมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากทรัพย์ทางธรรมชาติมีอยู่อย่างจำกัด ปริมาณวัสดุเสียเศษเป็นจำนวนมาก และการใช้แรงงานจำนวนมาก หลากหลายสาขา ก็มีแนวโน้มหายาก แรงงานขาดฝีมือที่ดี และมีราคาค่าแรงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นปัจจัยลบที่เข้ามากระทบต่อการก่อสร้างอาคารในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมากบ้านไทย นาโน เฮ้าส์ เป็นทางเลือกหนึ่งของบ้านในอนาคต ที่จะช่วยตอบโจทย์ที่บ้านปัจจุบันนั้นไม่สามารถตอบโจทย์เหล่านั้นได้ เพราะบ้านไทย นาโน เฮ้าส์ เป็นการเปลี่ยนรูปแบบรูปทรงการก่อสร้าง (Process) เครื่องมือการก่อสร้าง (Equipment) และวัสดุก่อสร้าง (Materials) โดยใช้ผ้าใบเป็นไม้แบบ ตัดตามรูปทรงอาคารที่เป็นโดม หรือกลมมน ใช้โฟมพียู เป็นฉนวนป้องกันความร้อนจากภายนอก ซึ่งเป็นการป้องกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และใช้การพ่นคอนกรีต (Shotcrete) โดยเสริมเหล็กทำให้โครงสร้างมีความเป็นเนื้อเดียวทั้งผืน (Monolithic) ทำให้ทนทานและแข็งแรงต่อแรงกระทำได้เป็นอย่างดี โดยพื้นที่ใช้สอยอาคารมีขนาดเล็กแทนการสร้างบ้านหลังใหญ่โต แต่ไม่ได้ใช้งานแบบบ้านทั่วไป และหาคนดูแลบ้านได้ยาก หรือมีราคาแพง